ชาก้า ฮิสลอป ไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้เพื่อเรียกความเห็นใจ แต่มันเหมือนเป็นเสียงจากคนที่อยู่ในสนามจริง ๆ ของชีวิต ที่ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ไม่มีแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ไม่มีเวลาปรับตัว และไม่มีเสียงเชียร์จากบนสแตนด์ช่วยให้ใจชื้น เขาเปิดฉากด้วยเรื่องราวที่เหมือนคนเล่าให้เพื่อนฟังตอนดึก ๆ นั่งจิบกาแฟแล้วค่อย ๆ ไขความจริงที่ตัวเองเก็บไว้เงียบ ๆ มานาน มันเริ่มจากการตรวจสุขภาพธรรมดา ๆ นี่แหละ เขาว่าแบบนั้น เหมือนเป็นประโยคที่ไม่มีใครคิดว่าจะกลายเป็นต้นทางของเส้นทางการรักษาที่กินเวลายาวนานหลายเดือน
ช่วงกว่า 18 เดือนก่อน เขาเพียงต้องการเช็กสุขภาพตามปกติ แต่ค่าพีเอสเอที่สูงขึ้นผิดปกติกลับกลายเป็นสัญญาณที่ห้ามมองข้าม จากจุดเล็ก ๆ นี้เองที่พาเขาเข้าสู่เส้นเรื่องใหม่ การสแกนเอ็มอาร์ไอและการตัดชิ้นเนื้อบอกชัดว่าเขากำลังเผชิญกับมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดค่อนข้างลุกลาม ซึ่งไม่มีใครเตรียมใจได้จริง ๆ ไม่ว่าคุณจะเคยเซฟลูกยิงระดับพรีเมียร์ลีกมากี่ครั้งก็ตาม
ชาก้า ฮิสลอป กับวินาทีที่ความจริงแล่นเข้าชนเหมือนลูกยิงระยะเผาขน
ในฐานะคนที่คลุกคลีกับสนามแข่งขันมาเกือบทั้งชีวิต ฮิสลอปบอกว่าโมเมนต์ที่หมอแจ้งผลมันไม่ได้ต่างจากการเจอลูกยิงแบบที่เวลาเหลือไม่ถึงวินาทีให้คิด ก่อนหน้านั้นเขายังเชื่อว่าการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกทั้งหมดจะเป็นเหมือนชัยชนะนัดสำคัญ ที่ปิดเรื่องทุกอย่างได้ แต่หกเดือนต่อมา ค่าพีเอสเอที่ดันสูงขึ้นอีกครั้งเหมือนเสียงนกหวีดที่บอกว่าการแข่งขันยังไม่จบ
เขาเข้าไปตรวจอีกครั้ง และรอบนี้เจอมะเร็งลุกลามไปยังกระดูกเชิงกราน เป็นช่วงเวลาที่คนทั่วไปอาจเทียบได้กับการเจอข่าวที่หนักกว่าการเห็นเพื่อนรักย้ายทีม หรือดราม่าระดับ ซาลาห์ แตกหัก ลิเวอร์พูล ในวงการลูกหนัง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คุณเตรียมใจรับได้ง่าย ๆ ต่อให้คุณเคยผ่านความกดดันในพรีเมียร์ลีกมากี่สนาม
ฮิสลอปเริ่มรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมฉายรังสีแบบยาวเหยียดถึงเจ็ดสัปดาห์ครึ่ง และเขาเพิ่งจะจบการรักษาช่วงแรกไปไม่นาน แต่ก็พูดตรง ๆ ว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาว ซึ่งเป็นคำที่คนฟังแล้วได้แต่เงียบ และมองเห็นความจริงของชีวิตแบบไม่ต้องใช้ถ้อยคำสวยหรูใด ๆ
บทเรียนจากสนามชีวิต สิ่งที่ผู้ชายมักมองข้ามมากที่สุด
สิ่งที่ทำให้เรื่องของฮิสลอปทรงพลัง ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นอดีตนักเตะดัง แต่เพราะเขาพูดในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งที่เข้าใจว่าผู้ชายส่วนใหญ่ชอบทำตัวเหมือนแข็งแกร่งเกินโรคภัย เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่โทษโชค ไม่โทษกรรม ไม่ทวงความเห็นใจ แต่ชี้ให้เห็นความจริงที่แทบทุกคนมองข้าม การตรวจสุขภาพประจำปีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
แพทย์แนะนำว่าผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปควรตรวจค่าพีเอสเออย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าใครมีเชื้อสายแอฟริกันหรือตระกูลที่มีความเสี่ยงสูง ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปี เขาย้ำชัดว่าการไม่มีประวัติครอบครัวไม่ได้แปลว่าคุณปลอดภัย เพราะตัวเขาเองก็ไม่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมใด ๆ แต่ก็ยังเจอโรคนี้แบบไม่ทันตั้งตัว
ในสหราชอาณาจักรหรือหลายประเทศ การตรวจพีเอสเอยังไม่ได้เป็นเรื่องที่ระบบสาธารณสุขผลักดันหนักมาก ฮิสลอปเลยบอกตรง ๆ ว่า คุณต้องยืนกรานขอให้ตรวจ เพราะถ้าคุณไม่ปกป้องตัวเอง และไม่ได้เป็นนักบอลดังที่มีทีมแพทย์คอยดูแล การปล่อยเวลาผ่านไปคือความเสี่ยงที่วัดกันเป็นชีวิตจริง ๆ
ชาก้า ฮิสลอป กับเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม แม้ไม่อยู่ในสนามแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทั้งวงการรู้สึกได้ทันทีคือเสียงของฮิสลอปยังทรงพลังเหมือนเดิม แม้เขาเปลี่ยนจากเสื้อแข่งมาคล้องไมค์ในห้องส่งของ ESPN แต่ความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญยังคงเต็มร้อย เขาพูดเหมือนคนที่พร้อมแบ่งปัน ไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่รวมถึงความกลัว ความสับสน และความหวังของตัวเองแบบไม่หวง
เขาเล่าถึงช่วงฉายรังสีว่าเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแรงที่สุด เหมือนนักเตะที่โดนลุยหนักจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ต้องกัดฟันไปต่อ เพราะไม่มีตัวสำรองให้เปลี่ยน ไม่มีการขอเวลานอก และไม่มีกรรมการคอยช่วยพักเกม แต่เขายังย้ำเสมอว่าผมยังโชคดีที่ตรวจพบเร็วพอ ซึ่งเป็นประโยคที่ฟังแล้วเหมือนโดนสะกิดว่าเราทุกคนควรหยุดนิ่งแล้วคิดกับตัวเองบ้าง เราเคยสนใจสุขภาพของตัวเองมากแค่ไหนกัน
แม้หลายคนจะรู้จักชื่อเขาผ่านสโมสรดังอย่างนิวคาสเซิ่ล เวสต์แฮม หรือเรดดิ้ง แต่เรื่องนี้ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงไม่ใช่แค่ในฐานะนักฟุตบอลเก่า แต่เป็นคนที่ใช้ประสบการณ์จริงของตัวเองช่วยเตือนสติผู้ชายทั่วโลก ซึ่งอาจมีค่ามากกว่าทุกเซฟในชีวิตเขารวมกัน
ข้อคิดท้ายเรื่อง ตรวจเถอะ อย่ารอให้ชีวิตเป็นคนเรียกคุณไปคุย
เรื่องของฮิสลอปไม่ใช่แค่ข่าวกีฬา แต่มันเป็นเหมือนสัญญาณไฟกระพริบสำหรับผู้ชายทุกคนที่คิดว่าเดี๋ยวค่อยตรวจ เพราะมะเร็งต่อมลูกหมากไม่ใช่โรคที่มีอาการชัดเจนตั้งแต่แรก และไม่เลือกเป้าหมายว่าคุณเป็นนักกีฬา คนทำงานออฟฟิศ หรือเพียงคนที่ชอบเช็กผลบอลผ่านเว็บ ufa800 ทุกคืน
ถ้าคุณอายุ 40–50 ขึ้นไป หรือมีอาการผิดปกติแบบที่สงสัยนิดเดียว ฮิสลอปอยากให้คุณใช้เวลาแค่ไม่นานไปตรวจให้ชัดเจน เพราะการรู้เร็วอาจเท่ากับการยืดเวลาให้ตัวเองได้อีกหลายปี หรือแม้แต่ช่วยชีวิตคนในครอบครัวจากความเศร้าในอนาคต
เรื่องราวของเขาไม่ใช่บทเล่าเศร้า ๆ แต่คือบทเรียนที่มีคุณค่ามาก หากเราเปิดใจฟังจริง ๆ มะเร็งต่อมลูกหมากรักษาให้หายได้ หากเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ และการตรวจเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของคุณไปตลอดกาล