ซาลาห์ ไม่ปลื้ม แบบเห็นได้ชัดจากสีหน้าและภาษากายหลังเกมที่เสมอกับลีดส์ 3 ต่อ 3 ในค่ำคืนที่แอนฟิลด์เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะผลการแข่งขันที่ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดแต้มสำคัญ แต่เป็นเพราะนี่คือเกมที่สามติดต่อกันที่เขาต้องเริ่มต้นบนม้านั่งสำรอง นักเตะระดับคีย์แมนที่เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตโอกาสตลอดหลายฤดูกาลกลับถูกดรอปทั้งชุดแบบที่เจ้าตัวเองก็ยังมองว่าไม่แฟร์เท่าไร
ถ้าคุณยืนอยู่ข้างสนามในวันนั้นเหมือนผม คุณจะเห็นเลยว่าจังหวะที่เขาเดินออกมาวอร์มอัพตอนนาทีที่หกสิบกว่า บรรยากาศมันแปลกมาก ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการสบตากับโค้ชเหมือนปกติ แฟนบอลก็มีเสียงฮือเบาๆ ที่รู้สึกได้ว่าคนดังกำลังไม่แฮปปี้ และมันสอดคล้องกับรายงานจากสื่ออังกฤษที่บอกตรงกันว่าเขาเชื่อว่าอาร์เน่อ สล็อตกำลังจัดทีมด้วยแรงกดดันจากสื่อมากจนเกินไป เหมือนพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่างโดยเอาตัวผู้เล่นสำคัญมาเป็นส่วนทดลอง
มันไม่ใช่เรื่องผิดที่กุนซืออยากลองแท็กติกใหม่ แต่ปัญหาคือการทดลองมันดันไม่เห็นผล ลิเวอร์พูลไม่ได้ดีขึ้นเวลาที่ไม่มีซาลาห์อยู่ในสนาม และตัวเลขก็ฟ้องชัดเจน ค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับประตูต่อเก้าสิบนาทีเหลือแค่ 0.47 จังหวะยิงลดลงเหลือ 2.7 และการสัมผัสบอลในเขตโทษเหลือต่ำกว่าที่เคยเป็นหลายซีซั่น ซึ่งทั้งหมดนี้ใกล้เคียงคำว่าผิดฟอร์มที่สุดตั้งแต่เขามาอยู่กับทีมชุดนี้
ซาลาห์ ไม่ปลื้ม เพราะแท็กติกใหม่ไม่ซัพพอร์ตสไตล์ตัวเองเลย
ซาลาห์ไม่ปลื้ม เรื่องแท็กติกคือประเด็นใหญ่ที่เขาพูดกันแบบวงใน บอกเลยว่าพอได้คุยกับสตาฟฟ์บางคนก็จับอารมณ์ได้ทันทีว่าซาลาห์รู้สึกว่าระบบใหม่ของสล็อตที่เน้นการต่อบอลตรงกลางและให้ปีกยืนแคบขึ้นมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นเหมือนเดิม สไตล์ของเขาคือการลากบอลจากด้านกว้างแล้วหาช่องสร้างความอันตรายด้วยการเร่งสปีดเข้าหากรอบเขตโทษ เมื่อถูกบีบให้เล่นแคบขึ้นและต้องรับบอลหันหลังให้คู่แข่งบ่อยๆ ความอันตรายของเขาก็ลดลงทันที
บางทีสล็อตอาจอยากทำให้ทีมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดการพึ่งพาผู้เล่นเดิมๆ แต่การลดบทบาทซาลาห์ลงแบบไม่ค่อยมีแพลนรองรับแบบนี้มันเหมือนบอกกลายๆ ว่าเขาไม่ใช่แกนหลักอีกต่อไป ซึ่งถ้าคุณเป็นผู้เล่นที่เคยยิงทะลุสามสิบประตูต่อฤดูกาลคุณคงไม่โอเคเท่าไร
ตอนอยู่ตรงขอบสนามในเกมที่เขาไม่ได้ลงตัวจริง ความต่างมันชัดเจนมาก การเคลื่อนที่ในพื้นที่สุดท้ายขาดความหลากหลาย การดึงตัวประกบไม่ค่อยได้ผล และฟูลแบ็กคู่แข่งเมื่อเห็นว่าซาลาห์ไม่อยู่ ก็เติมเกมขึ้นสูงกันแบบเพลินๆ เลย สิ่งนี้ลิเวอร์พูลเสียไปแบบที่หลายคนอาจไม่ทันคิด นั่นคือแรงดึงดูดที่ซาลาห์สร้างโดยไม่ต้องแตะบอล
วิเคราะห์เบื้องลึกแบบคนอยู่ในสนามจริง
ต้องบอกแบบแฟร์ๆ ว่าซาลาห์ไม่ได้อยู่ในจุดพีคเหมือนห้าปีที่แล้ว แต่ถ้าถามว่าตัวเลขที่ดรอปลงมาจนกลายเป็นกระแสต้องดรอปเขามาจากฟอร์มล้วนๆ หรือไม่ ผมว่าไม่ใช่ทั้งหมด เรื่องแท็กติกใหม่รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของบทบาทในทีมก็เป็นปัจจัยใหญ่เหมือนกัน
หนึ่งในสิ่งที่ผมสังเกตได้จากซุ้มม้านั่งคือเมื่อเขาไม่ได้ลงตัวจริง ทีมเสียแรงกระตุ้นด้านจิตใจพอสมควร ผู้เล่นรุ่นน้องบางคนที่ปกติทำเกมรุกกันคึกคักกลับลังเลมากขึ้น และจังหวะเข้าทำที่ต้องใช้ความมั่นใจดันกลายเป็นการจ่ายคืนหลังแบบง่ายๆ เพราะไม่มีคีย์แมนที่พาพวกเขาดันไลน์ขึ้นหน้าได้อย่างมั่นใจ
อีกอย่าง นักวิเคราะห์หลายคนก็พูดคล้ายกันว่าเมื่อซาลาห์ไม่อยู่ ฟูลแบ็กต้องแบกภาระเกมรุกเพิ่ม แต่ปัญหาคือฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลยังไม่ค่อยมีความต่อเนื่องในตำแหน่งฟูลแบ็กเลย ตัวเจ็บ ตัวฟอร์มแกว่ง มันยิ่งทำให้ทีมเสียสมดุลทางด้านปีกมากขึ้น
ความรู้สึกตอนยืนอยู่ริมสนามในเกมเสมอลีดส์คือทีมเล่นแบบขาดไอเดียช่วงท้าย แม้จะยิงถึงสาม แต่รูปเกมไม่ได้ดูมั่นใจเลย โดยเฉพาะหลังนาทีเจ็ดสิบที่ลีดส์บุกกลับหลายครั้งจนแฟนบอลมีเสียงบ่นว่อนทั้งสแตนด์
ซาลาห์ ไม่ปลื้ม และภาพรวมที่อาจพาทีมเจอปัญหายาว
ซาลาห์ไม่ปลื้ม อาจดูเหมือนแค่ความไม่เข้าใจกันของนักเตะกับโค้ช แต่นี่คือเรื่องละเอียดอ่อนที่ถ้าปล่อยไว้นาน ทีมอาจเจอแรงสั่นสะเทียนแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะภาพลักษณ์ในห้องแต่งตัวที่ต้องการความมั่นคงสูงมากในช่วงที่โปรแกรมถี่และแต้มกำลังสำคัญ แต่แทนที่ทีมจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน มันกลับมีรอยร้าวเล็กๆ ที่อาจโตขึ้นเรื่อยๆ
ผมเองยังจำได้ชัดตอนเห็นลีดเดอร์บางคนหันไปมองซาลาห์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนาม หลายครั้งเป็นสายตาแบบอยากให้ลง มีความหวังในตัวเขาอยู่ แม้ฟอร์มจะไม่ดีเหมือนเดิมก็ตาม สิ่งนี้แสดงชัดว่าซาลาห์ยังเป็นตัวสร้างความมั่นใจระดับทีม ไม่ใช่แค่คนทำประตู
และถ้าสถานการณ์ยังคาราคาซังแบบนี้ไปจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล ความเสี่ยงที่ลิเวอร์พูลจะ หลุดโผลชปล ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอะไรเลย เพราะจำนวนแต้มที่หล่นง่ายๆ ในแมตช์ที่ควรปิดเกมได้มันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงจังหวะและบาลานซ์ของทีมมากกว่าที่นักวิจารณ์บางคนคิด
ตอนนี้บอร์ดบริหารเองก็กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลายฝ่ายมองว่า ถ้าสล็อตและซาลาห์ไม่สามารถตกลงจุดตรงกลางร่วมกันได้จริงๆ ฤดูกาลนี้อาจลำบากยิ่งกว่าเดิม แม้จะมีการเสริมทัพมูลค่าหลายร้อยล้านก็ตาม
หวังว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายก่อนจะสายเกินไป
สุดท้ายนี้ จากประสบการณ์ที่ได้อยู่ในสนาม เห็นสภาพทีม เห็นสีหน้านักเตะ เห็นจังหวะเกมแบบชัดๆ ผมมองว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่แท็กติกหรือดรอปนักเตะคนหนึ่ง แต่มันคือความเชื่อใจในทีมงาน โค้ช และทิศทางของสโมสรทั้งระบบ ถ้าลิเวอร์พูลอยากกลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์เหมือนเดิม พวกเขาต้องเคลียร์ปมนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความมั่นใจจะหายไปพร้อมแต้มสำคัญ และก่อนจะกระทบถึงตลาดนักเตะซัมเมอร์หน้า รวมถึงโปรเจ็กต์ระยะยาวที่สโมสรวางไว้กับการรีเฟรชทีมครั้งใหญ่
นี่คือจุดที่ต้องคิดกันให้หนักกว่าการจะเรียงชื่อสิบเอ็ดตัวจริงเสียอีก และบางทีสถานการณ์นี้อาจเป็นบททดสอบสำคัญว่าลิเวอร์พูลในยุคใหม่จะไปได้ไกลแค่ไหนในปีนี้ แม้กระทั่งในลิสต์เดิมพันของเว็บดังอย่าง ufabet ก็ยังสะท้อนความไม่แน่นอนนี้อย่างชัดเจน