เวียดนาม เฉือน สปป.ลาว 2-1

เวียดนาม เฉือน สปป.ลาว 2-1 ประเดิมชัยในฟุตบอลชายซีเกมส์ครั้งที่ 33 กลุ่มบี เกมนี้ถ้ามองเพียงผลลัพธ์ก็อาจคิดว่าเป็นชัยชนะปกติของทีมที่เหนือกว่า แต่ถ้าดูละเอียดในมิติแท็คติก การยืนตำแหน่ง การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และความนิ่งในจังหวะกดดัน เราจะเห็นความน่าสนใจของทีมชาติเวียดนามชุดนี้มากกว่าที่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ดบอกเอาไว้ นี่คือหนึ่งในแมตช์ที่ผมมองว่า สอนอะไรหลายอย่าง ไม่ใช่แค่กับทีมที่แข่ง แต่รวมถึงคนดูฟุตบอลที่อยากเข้าใจเกมในระดับลึกขึ้นด้วย โดยผมจะเล่าให้เหมือนเพื่อนคุยกัน แทรกประสบการณ์และความเห็นในสไตล์ที่ไม่เป็นทางการ บวกกับการสังเกตจากมุมมองแบบคนดูบอลแบบใส่ใจรายละเอียด

เวียดนาม เฉือน สปป.ลาว 2-1 จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมที่คนส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็น

ความจริงที่ต้องพูดตรง ๆ คือ เวียดนามเริ่มต้นเกมด้วยจังหวะและความมั่นใจแบบทีมที่คาดหวังผลชนะตั้งแต่ยังไม่เขี่ยลูก แต่สิ่งที่ผมชอบคือพวกเขาไม่ได้เร่งเกมแบบบ้าคลั่ง พวกเขาเลือกคุมพื้นที่ คุมโทน tempo ของเกม และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้ระยะเวลาเพื่ออ่านจังหวะการเพรสซิ่งของลาว ซึ่งขอบอกเลยว่า ลาวมาแบบระวังตัวสูงมาก ไม่ได้เล่นแบบประมาทหรือมั่วเหมือนทีมรองบ่อนทั่วไป

ประตูขึ้นนำในนาที 29 ของ เหงียน ดินห์ บัค กองหน้าที่ผมเรียกว่า ฉลาดกว่าที่สถิติของเขาบอก เป็นการจบสกอร์แบบผู้เล่นที่ตัดสินใจได้ขาดและเร็ว เขาไม่ได้รอจังหวะที่สวยงาม เขาสร้างมันขึ้นมาเองด้วยการอ่านตำแหน่งของกองหลังลาว แล้วหาพื้นที่เล็ก ๆ ที่พอจะสอดเข้าไปรับบอลก่อนยิงทันที ความเฉียบคมแบบนี้หาไม่ได้บ่อยจากนักเตะในรุ่นอายุใกล้เคียงกัน

แต่สิ่งที่น่าชมคือ ลาวไม่ลนลาน หลังโดนนำแค่ 5 นาที คำปัน ดวงวิไล ยิงตีเสมอทันที และนี่คือจุดที่ทำให้เกมเข้าสู่โหมด วัดความนิ่ง มากกว่า วัดพลังเกมบุก ครึ่งแรกจึงออกมาจบที่ 1-1 แบบที่แฟนบอลหลายคนอาจแปลกใจ

เวียดนาม เฉือน สปป.ลาว 2-1 ประตูที่สอง และปรากฏการณ์ความนิ่งของกองหน้ารุ่นใหม่

จังหวะปัญหาในนาทีที่ 60 ที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า แต่กรรมการเป่าให้เป็นประตู นี่แหละคือช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงสองสิ่ง

  1. เวียดนามมีนักเตะที่ไม่เสียสมาธิแม้จังหวะเกมขาด
  2. ลาวพยายามมาก แต่ยังขาดประสบการณ์ในเกมใหญ่ระดับนี้

เหงียน ดินห์ บัค ยิงจากข้างนอกกรอบลูกนั้นด้วยวิธีที่ผมอยากเรียกว่า ยิงแบบมั่นใจในตัวเองเต็มร้อย บอลพุ่งแบบไม่ต้องถามว่าเข้ามุมขนาดไหน แค่เห็น trajectory ของลูกบอลก็รู้ว่า keeper ไม่มีสิทธิ์ป้องกัน

จากตรงนี้เอง เกมเหมือนถูกล็อคด้วยความเชื่อมั่นของเวียดนาม พวกเขาไม่ได้เดินหน้าฆ่าเกมด้วยการบุกใส่ไม่ยั้ง แต่เลือกจังหวะคุมบอล กัดเวลา เล่นแบบเก๋า วัดสมาธิ และบีบให้ลาวต้องเปิดพื้นที่เอง ผมรู้สึกว่าบอลระดับเยาวชนในภูมิภาคเริ่มเข้าสู่ยุคที่เด็กเล่นด้วยวิธีคิดแบบผู้ใหญ่ และนี่แหละทำให้ ฟุตบอลซีเกมส์ ปีนี้มีอะไรสนุกให้ดูเยอะกว่าปกติ

จุดแข็ง จุดอ่อน และบทเรียนที่ทั้งสองทีมควรเก็บไปใช้

พูดแบบตรงไปตรงมา

เวียดนาม

  • จุดแข็ง: จบสกอร์เฉียบคม / เข้าใจแท็คติก / รู้จังหวะเร่ง-ผ่อน
  • จุดอ่อน: ช่วงนาที 30-40 หลังยิงนำ มีหลุดสมาธิเล็กน้อย
  • สิ่งที่ต้องพัฒนา: การปิดเกมให้เด็ดขาดกว่านี้ เพราะถ้าเจอทีมที่ฟิตกว่า อาจมีปัญหานาทีท้าย

ลาว

  • จุดแข็ง: วินัยเกมรับดีเกินคาด / มีพลัง / ไม่ถอดใจง่าย
  • จุดอ่อน: ขาดศูนย์กลางเกมที่ควบคุมจังหวะได้
  • สิ่งที่ต้องพัฒนา: การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย เพราะหลายครั้งมีโอกาสแต่มองหาจังหวะจ่ายมากเกินไปแทนที่จะยิง

สิ่งหนึ่งที่เกมนี้สอนเราคือฟุตบอลไม่ใช่กีฬาใช้แรงอย่างเดียว ใครเข้าใจมิติของพื้นที่ ระยะ ความเร็ว และการรอจังหวะ คือคนที่ได้เปรียบ แม้ทีมตัวเล็ก ถ้าวางเกมเป็น ก็สร้างปัญหาให้ทีมใหญ่ได้เสมอ

เวียดนาม เฉือน ลาว 2-1 นี่ไม่ใช่แค่ 3 แต้ม แต่มันคือการส่งสัญญาณ

ชัยชนะเกมเปิดสนามในทัวร์นาเมนต์ คือสิ่งที่หลายทีมมองว่าจำเป็นแต่ไม่ใช่ทุกทีมที่ทำได้ เวียดนามทำได้ และยังทำแบบที่แสดงตัวตนของทีมอย่างชัดเจน พวกเขาไม่ได้แค่ชนะ พวกเขาควบคุมเกม ตั้งแต่ต้นจนจบ และนี่เป็นสไตล์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งทีมงานและแฟนบอล

เกมนี้ยังสะท้อนถึงการเติบโตของเวียดนามในระดับเยาวชน พวกเขามีผู้เล่นที่ไม่ต้องเร่งรีบ แต่ตัดสินใจได้ถูกต้องในวินาทีที่ต้องทำ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหงียน ดินห์ บัค คือกองหน้าที่ไม่ได้เล่นแค่เพื่อยิง แต่เขาเคลื่อนที่ตลอดเวลาเพื่อสร้างทางเลือกให้เพื่อน นั่นคือสิ่งที่กองหน้าชั้นดีต้องมี

ลาวเองก็ได้ของดีจากเกมนี้ แม้แพ้ แต่การยิงเวียดนามได้ 1 ลูกในเกมสำคัญแบบนี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เด็กมากทีเดียว ในเกมต่อไปถ้าพวกเขาเชื่อในตัวเองมากขึ้น บอกเลยว่าอาจมีเซอร์ไพรส์

เกมนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือบทเรียนของทีมในยุคใหม่

ผมอยากให้คนดูฟุตบอลลองเปิดใจดูเกมในรายละเอียดมากขึ้น ดูว่าใครยืนตรงไหน ใครเคลื่อนที่เมื่อใด ใครรับช่วงเป็นตัว link-up play ใครทำหน้าที่ดึงกองหลัง สิ่งเหล่านี้เป็นศาสตร์ที่มองผ่าน ๆ จะไม่เห็น แต่เมื่อเรามองลึก จะสนุกขึ้นหลายเท่า

และในยุคที่ข้อมูล ความคิดเห็น และการวิเคราะห์หลั่งไหลไม่หยุด ไม่ว่าจะในชุมชนแฟนบอล หรือบนโลกโซเชียล แม้แต่ในช่องทางอย่าง ufa365 ก็ตาม เราจะเห็นการคุยฟุตบอลที่หลากหลายมากขึ้น มันดีนะ เพราะฟุตบอลควรถูกพูดคุยในแบบที่สนุก และเปิดกว้าง ไม่ใช่ถูกผูกขาดด้วยเสียงของผู้รู้ไม่กี่คน

เกมนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของการอ่านเกมแบบลึก เวียดนามคว้าชัย 2-1 แต่ถ้าเราดูเฉพาะตัวเลข เราจะพลาดหลายสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้สกอร์นั้น และนั่นแหละคือเสน่ห์ของ ฟุตบอลซีเกมส์ ที่ทุกปีมีอะไรให้เราพูดถึงเสมอ ผมหวังว่าในแมตช์ถัดไป เราจะได้เห็นความสุดของทั้งสองทีมมากขึ้น และเชื่อเถอะว่าทัวร์นาเมนต์นี้ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *